เอาล่ะ(หายใจเข้า-ออก)

วันนี้ขออัพบล็อกแบบมีสาระซะหน่อย

text ล้วนๆนะคะ แฮ่

เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงของเราล้วนๆ ไม่มีปรุงแต่งใดๆเลยค่ะ

ออกจะนิยายน้ำเน่าไปหน่อย เชื่อยากเล็กน้อย แต่ไม่มีโกหกใดๆ อยากให้อ่านค่ะ

เป็นอุทาหรณ์ ให้น้องๆที่กำลังขึ้นม.6 (หรือขึ้นแล้ว)ไม่มากก็น้อยค่ะ

เผื่อจะเจอเหตุการณ์เดียวกัน(หรือคล้ายๆ) จะได้เอาไปเป็นตัวเลือกด้วยค่ะ

ชั้นอื่นๆก็อ่านกันได้นะ ไม่ได้จำกัดแค่ชั้นนี้ชั้นเดียว(หัวเราะ)

 เนื้อหาในบลอกนี้เราขอใช้ตัวแทนเป็น "พี่" แล้วกันนะคะ

ปล. เนื้อหายาวมากๆ

 

 

ย้อนความไป เมื่อธันวาปี 2551

สอบโควต้าภาคเหนือของมหาลัยเชียงใหม่

มกราประกาศผล

พี่ไม่ติดโควต้า มช. ค่ะ 

แต่พี่ไปติด ม.พายัพแทน

ห้องพี่ปีนั้นติด โควต้าภาคเหนือ(ทุกสถาบัน) รวม 4 คนค่ะ

ตอนนั้นเฟลไปแล้วรอบ เหอๆ

แต่พี่ก็ลองย้อนมองดูเพื่อนในห้องคนอื่นๆที่ไม่ติด บางคนยังไม่เฟลเลย(หรือเฟลไม่รู้ แต่คงเก็บอารมณ์เอาไว้)

พี่เลยมีแรงฮึด สู้ต่อค่ะ

ต่อมาสอบแอดมิดชั่น

พี่มีเวลาเตรียมตัวน้อยมากๆค่ะ แต่พี่ก็พยายามเต็มที่

สารภาพพี่เรียนห่วยแตกมาก 0 ติดมากกว่า 10 ตัว เกรดทุเรศเรี่ยดิน ขี้เกียจก็ขี้เกียจ จบก็จบแบบเขาถีบส่งออกมา แล้วกุจะเอาอะไรไปยื่นล่ะเนี่ย

แต่พี่ก็ผ่านตรงนั้นมาได้

เตือนน้องๆที่ยังมี 0 ร. มส. อะไรรีบแก้แต่เนิ่นๆจะได้ไม่เหนื่อยเหมือนพี่ที่ต้องรีบแก้ก่อนจบน่ะค่ะ

อ่ะเข้าเรื่องๆต่อๆ

คะแนน โอเน็ต เอเน็ต ออกแล้ว

ได้เวลารวมคะแนนแล้วเลือกคณะ

พี่รวมคะแนนแล้วพี่ได้เฉลี่ยแค่ 3900 กว่าๆค่ะ หึหึ

ผลพวงจากการไม่ตั้งใจเรียน เอาแต่กิจกรรมไปวันๆ(ฮ่าๆๆ)

ตอนนั้นอยากย้อนเวลา แต่ก็ทำไม่ได้แล้วค่ะ 

ทำใจอย่างเดียว

ตอนนั้นพี่คิดแล้วนะว่าจะยื่นคณะไหนดี? เพราะคะแนนแต่ล่ะที่ 5000 ขึ้นทั้งนั้น(ฮ่าๆๆๆๆๆ)

พี่เลยตัดสินใจ เลือกคะแนนเปิดใหม่ทั้งหมดในปีนั้นค่ะ(คณะเปิดใหม่คือคณะที่พึ่งเปิดรับผ่านแอดมิดปีนี้ปีแรก และไม่มีคะแนนสอบพื้นฐาน)

พี่เลือกไป 3 คณะ

มช.2 มฟล.1

พี่หวัง มช.มากค่ะ แม้จะริบหรี่ก็ตาม 5555

ระหว่างนั้นพี่ก็ไปสอบของมหาลัยราชภัฏเชียงใหม่ด้วย

จากนั้นก็รอร้อรอ

แล้วผลแอดมิดก็ออก

พี่ติด สำนักศิลปศาสตร์จีน แม่ฟ้าหลวง ค่ะ ใช้คะแนนญี่ปุ่นสอบ

ตอนนั้นคือ

อึ้งมาก

เพราะมันเป็นคณะที่พี่เลือกไปแล้วไม่คิดว่า "มันจะติด"

แถมพี่เป็นคนเดียวในประเทศที่เลือกด้วย

บ้านพี่ดีใจกันยกใหญ่ โทรบอกญาติโกโหติกาสายโทรศัพท์จะไหม้

ทางบ้านหวังกะพี่มาก

บอกให้ไปสอบสัมภาษณ์พี่ก็ไป

เจอเรื่องหน้าปวดหัวอีก (เรื่องอะไรลองไปอ่านเอนทรี่ที่แล้วที่พี่ถมขาวดูนะ)

พูดตรงๆว่าตอนนั้นพี่ท้อมาก

พี่รู้เลยหลังจากตอนนั้นว่า "พี่เรียนจีนไม่รอดแน่ๆ ไม่รอดเด็ดๆ" 

พี่เลยบอกพ่อกะแม่พี่ไปว่า

"พ่อ แม่ ถ้าหนูติดอันดับ 1 กะ 2 ของม.ราชภัฏหนูจะเรียนอยู่ที่นี่ แต่ถ้าหนูติดอันดับ 3 หนูจะไปเรียนมฟล. "

 พ่อกะแม่เหมือนจะเข้าใจ ตกลงกันดิบดี

แต่พอวันที่ 14 ผลของ ม.ราชภัฏออก

พี่ติด อันดับ 2 สินสาดเกาหลี ม.ราชภัฏเชียงใหม่

เท่านั้นแหละค่ะ

บ้านพี่แตกเลย

พี่ทะเลาะกะแม่เป็นเรื่องใหญ่โต

ถึงขั้นจะตัดแม่ตัดลูกกันเลยทีเดียว

โดนด่าว่าไม่เอาแล้วจะเลือกทำไม มาให้ความหวังแม่ทำไม "แม่ไม่น่าให้แกเกิดมาเลย"

มันเจ็บมากๆ ที่โดนผู้ให้กำเนิดพูดกับเราแบบนี้ เจ็บซะยิ่งกว่าโดนรถชนอาการปางตายซะอีก

พ่อพี่ก็ไม่พูดอะไรเลย 

น้องพี่เข้าข้างแม่พี่ ด่าพี่ว่าโง่รึเปล่า ม.ดีๆไม่เลือกไปเลือกม.ราชภัฏ

พี่พูดอะไรเขาไม่ฟังพี่เลย พี่อธิบายเขาก็ไม่ฟังพี่เลย

แล้วเรื่องตอนนั้นก็จบที่ว่าแม่พี่หนีเข้าห้องทั้งน้ำตา

พี่ร้องไห้หนักมากๆ

โทรหาพี่ๆหลายๆคนระบาย ตอนนั้นคือเฟลมากๆ ถึงขั้นจะคิดสั้นด้วยซ้ำ

 แต่ก็ไม่ได้ทำหรอกนะ

คืนนั้นพี่ร้องไห้บนที่นอนทั้งคืน

 

วันรุ่งขึ้น พี่มองในกระจก

"อีนี่เป็นใคร" 

หน้าพี่โทรมมากๆ ง่วงมากๆอีกด้วย แต่พี่ก็หลับไม่ลงแล้ว

พี่เลยขับรถออกจากบ้าน

ไปหาครูที่พี่ไว้ใจ และสนิทด้วย

แต่พี่ไม่เจอครูเขา เหมือนจะติดสอน

พี่เลยไปหาครูห้องแนะแนว

พี่เรียกครูเขาว่า "ป้าศรี"

ป้าศรีเป็นครูแนะแนวที่เก่งที่สุดที่เรารู้จักมา

พี่ไปร้องไห้กะครูแล้วพูดเรื่องที่บ้านให้ฟัง

ครูเขาถามพี่ว่า เธออยากเรียนอะไรระหว่างจีน กับ เกาหลี

พี่เลยตอบไปว่า อยากเรียนเกาหลี

ครูถามพี่อีกว่า ตามเทรนด์รึเปล่า

พี่ก็ตอบไปว่ามันก็ส่วนหนึง แต่มันก็แค่5 เปอร์เซ็นของ เต็ม 100 จริงๆที่พี่อยากเรียนคือ อยากเรียนเอาภาษามันจริงๆต่างหาก

ถามว่าอยากเรียนจีนไหม พี่ก็คงตอบว่าอยากเหมือนกัน

พี่เลือกไม่ได้

 ครูพี่ก็พยักหน้า แล้วบอกว่า อยากเรียนอะไรก็เรียนไป อย่าตามใจพ่อแม่ เราเป็นคนเรียนไม่ใช่พวกเขา แต่ฟังหูไว้หูไว้ ที่เขาทำไปเพราะเขาหวังดีต่ออนาคตของเราด้วย ถ้าเป็นไปได้ลองให้พ่อแม่มาคุยกะครูดูนะ

แล้วจากนั้นครูก็ขอตัวไปสอน พี่ก็ขับรถออกจากโรงเรียน

แต่ตอนนั้นพี่ยังไม่อยากกลับบ้านเลยไปหาเพื่อนที่บ้าน

แล้วก็ไปหาครูที่พี่เรียนภาษาอังกฤษด้วย

ครูเขาก็บอกคล้ายๆป้าศรี คือ เอาตามที่เราอยากเรียนเป็นพอ

วันๆนั้นฝนตก

พี่อยู่บ้านเพื่อนพี่ถึง 5 ทุ่ม อารมณ์หลบฝน แล้วถึงกลับบ้าน

พี่เดินเข้าบ้านมา ทุกคนยังตื่นอยู่ บางก็ดูทีวี บางก็ดูหนัง ไม่มีใครสนใจพี่ซักคน

พี่เดินไปอาบน้ำแล้วพอออกห้องมาทุกคนก็เข้านอนกันหมดแล้ว

พี่เดินไปเปิดคอมแล้วออนเอ็มทิ้งไว้

เป็นอีกวันหนึงที่พี่ร้องไห้จนไม่ได้นอน

 

รุ่งขึ้นอีกวันพี่ไปหาครูป้าศรีอีก

 ครูเขาถามว่าผู้ปกครองไม่มีด้วยเหรอ พี่เลยส่ายหน้า

ครูพี่เลยขอเบอร์พ่อกะแม่พี่ให้มาหาที่โรเรียนหน่อย

ซักเที่ยวๆพ่อกะแม่พี่ก็มา

พี่ไม่ได้อยู่ฟังคนทั้งสามพูด แต่เดินไปหาอาจารย์ที่เคยเรียนด้วยหลายๆคน อจ. เขาก็ให้กำลังใจแล้วบอกว่าพี่ต้องผ่านมันไปได้

พอพี่กลับมาที่ห้องแนะแนว พ่อกะแม่พี่ก็กลับไปแล้ว

ครูป้าศรีเรียกพี่ไปคุยอีกครั้ง บอกเพียวสั้นๆว่า

"ปลูกเรือนตามผู้อยู่ ฟังหูไว้หู แล้วจะผ่านมันไปได้ คุยกันดีๆนะ"

คุยกะป้าศรีอีกซักพักพี่ก็ขอตัวกลับบ้าน

เมื่อไปถึงบ้านพี่เห็นพ่อพี่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร

พ่อพี่เรียกไปคุยด้วย

 แล้วถามพี่ว่า จะเรียนที่ไหนกันแน่

พี่กำลังจะตอบท่าน แต่ท่านก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

"ไปแม่ฟ้าหลวงใช่ไหม"

เหมือนฟ้าผ่าตัดเข้ากลางลำตัว ช็อกมากๆ

เพราะไม่คิดว่าพ่อพี่จะพูดคำนี้ออกมา

พี่เลยอธิบายไปว่าพี่จะเรียนราชภัฏ พี่จะเรียนที่นี่

ท่านก็พูดมา เรียนที่นี่มันก็ดี แต่เครดิต มฟล.ดีกว่า เห็นแก่หน้าพ่อกะแม่ด้วย

พี่บอกไปอีกว่าพี่ไม่อยากเรียนจีน

พ่อท่านก็ตอบกลับมา งั้นไปเรียนที่นั่นก่อนทนเรียนไป1 ปี แล้วค่อยย้ายเมเจอร์

พี่ช็อกมาก น้ำตาพี่ไหล

พี่ตอบท่านไปว่ายังไงๆก็จะให้ไปให้ได้ใช่ไหม  งั้นก็เตรียมเห็นหนูซิ่วได้เลย

พี่รู้ว่าพี่พูดแรงมาก แต่ตอนนั้นพี่ไม่ไหวแล้วมันเบลอไปหมด

แล้วพี่ก็โดนพ่อพี่ตบหน้า แรงมากๆ

บ้านพี่แตกอีกครั้ง

 

พี่ไม่ได้นอนมาเป็นคืนที่ 3 ติดต่อกัน

ตอนนั้นมันเหนื่อย มันล้ามาก พี่รู้ตัวว่าพี่ไม่มีแรงเหลือ แต่พี่ก็ต้องฝืนเอา

หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน บ้านพี่คุกรุ่นมาก น้องพี่ถึงกับหนีไปนอนบ้านเพื่อนเลยทีเดียว

แม่พี่ออกไปข้างนอกเหมือนเดิม

เหมือนพยายามหลบหน้าพี่

มีแค่พี่กะพ่อที่อยู่บ้านเพียงแค่นั้น

แล้วจู่ๆพ่อพี่ก็บอกว่าเดี๋ยวพี่เอ็ดจะมาหา มาบอกชีวิตวัยเรียนมหาลัยที่แม่ฟ้าหลวงให้ฟัง แล้วหลังจากนั้น จะเลือกอะไรก็เรื่องของลูก พ่อแม่จะไม่ยุ่งแล้ว

พูดถึงพี่เอ็ด(ไม่ใช่เอ็ดเวิร์ด เอลริค) พี่เขาเป็นญาติของเราค่ะ เป็น นศ.ที่จบปริญญารุ่นแรกของ มฟล. เลย ตอนนี้เรียนจบป.โทแล้วค่ะ เป็น อจ.อยู่เทคโนตีนดอย

เราก็พยักหน้าเล็กน้อย

วันทั้งวันไม่พูดอะไรกับใครอีก

 

 วันนี้นัดเจอพี่เขาที่ร้านโบ๊ต

คำถามแรกที่พี่เขาพูดกับเราคือ

"เลือกที่จะเรียน ฟังพี่ไว้เป็นแนวทาง อย่าคิดว่ามาฟังคำพูดโน้มน้าว ปล่อยใจให้สบายนะ"

พี่น้ำตาซึม ถึงขั้นกินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว(หัวเราะ)

พี่เอ็ดเขาแนะนำเราว่า ที่คนในครอบครัวทำไป เขาหวังดีกับเรา ราชภัฏไม่ใช่ว่าไม่ดี ดีมากๆด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเราเป็นลูกคนแรก ความหวังเขาจึงค่อยข้างสูง พี่จบเศรษฐศาสตร์ มฟล. แต่รู้ไหมครั้งแรกที่พี่ได้น่ะ คือวิศวะ มช.

ทำไมพี่ถึงเลือกเรียนที่ มฟล. เพราะตอนนั้นมันเป็นมหาลัยใหม่ด้วย พึ่งเปิดซิงๆเลย พี่เลยคิดว่า มันท้าทายดีไปเป็นรุ่นแรกของมหาลัยเลยนะ พี่เลยเลือก มฟล.ไป

ตอนนั้นพี่ไม่รู้ว่ามันสอนเป็นภาษาอังกฤษ พี่เหวอมาก พี่เอาตัวเกือบไม่รอด พี่จะเอ็นท์ใหม่หลายครั้ง แต่พี่ก็ทำไม่ได้

แต่สุดท้ายพี่ก็เรียนจบ แล้วมาเป็นพี่ถึงทุกวันนี้

พี่เลือกที่จะเรียนรู้ พี่เลือกที่จะสู้กับมัน แต่พี่ไม่ได้หมายความว่าจะให้หว้าทำตามที่พี่บอก ไม่อยากให้หว้าคิดว่ามาฟังพี่พูดโน้มน้าวให้ไปเรียน

เลือกที่อยากเรียนเถอะนะ ไม่ต้องกลัวว่าพ่อแม่จะเสียใจ เพราะมันเป็นทางเลือกของเรา อนาคตของเรา

หลังจากที่แยกกับพี่เอ็ดี่ก็แกร่วอยู่แถวๆหน้ามอ

คิดแล้วคิดอีก คิดๆเป็นอิคคิว แล้วพี่ก็ตัดสินใจได้

กลับบ้านมา พ่อกะแม่พี่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

แล้วเรียกพี่ไปถามว่า

ตกลงจะเรียนอะไร

พี่หายใจเข้าๆออกได้ซัก 10 นาทีได้

มันเป็น 10 นาทีที่ทรมานมาก 10 นาทีที่เหมือนเป็น 10 ปี

นึกถึงคำพูดที่พี่เขาแนะนำมาซ้ำๆกับเหมือนกรอวีดีโอ

แล้วพี่ก็ตัดสินใจพูดออกไป

"หนูจะเรียนที่ราชภัฏค่ะ"

เงียบอีกครั้ง

พ่อพี่ไม่พูดอะไรเลย

ส่วนแม่พี่ก็ลุกออกจากเก้าอี้

หนีไปร้องไห้หลังบ้าน

พี่รู้สึกผิดมากจนอยากร้องไห้ตาม

แต่น้ำตาพี่ไม่ยอมไหล

แม่พี่ไปซักพัก พ่อพี่ก็บอกพี่ว่า ถ้าจะเลือกเรียนที่นี่จริงๆสัญญากับพ่อมา 3 ข้อ

1 - เรียนให้ดี

2 -  ขอทุนไปเรียนเมืองนอกให้ได้

3 - เอาเกียรตินิยมมาประดับฝาบ้านซะ

พ่อไม่บังคับให้ทำให้ครบทั้ง 3 ข้อ แต่อย่างน้อยขอให้สำเร็จซักข้อก็ยังดี

รู้ว่ามันยากแต่พี่ก็จะพยายาม เราเลือกทางเดินนี้แล้วเราต้องสู้ต่อไป

ถามว่ารู้สึกผิดไหม

คำตอบคือรู้สึกผิดมากๆ

เขาตั้งความหวังให้เราเขาเรียนที่ มฟล. ให้ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่เอา เพราะรู้ตัวว่ามันไม่ใช่

ถึงจะชอบมหาลัยมันมาก แต่ก็ไม่ได้จะต้องเรียนที่นั่นเสมอไป

เขาร้องไห้เราก็เจ็บ เจ็บมากๆด้วยเขาอยากให้เรามีอนาคตที่ดี มีงานทำที่ดี

ผิดต่อรุ่นพี่ทุกคนที่ มฟล. เพราะคนรู้จักของเราที่นั่นก็เยอะพอดูเหมือนกัน

แต่นี่เป็นทางเดินของเรา อนาคตเป็นเรื่องวันข้างหน้า

จะดีหรือเลวขึ้นอยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น

อย่ายึดติดสถาบัน ไม่ได้ที่ๆอยากได้ก็อย่าผิดหวัง

ชีวิตเราเปรียบเหมือนรถยนต์ แล้วเส้นทางชีวิตคือถนน แต่ละสายต่างมีทางที่ขรุขระด้วยกันทั้งนั้น ไม่ได้มีความราบเรียบเสมอไป

 ฝากไว้ให้น้องๆม.6 ทุกคน ไม่สิ ฝากไว้ให้รุ่นน้องทุกชั้นนะคะ

ที่พี่เล่าไปเอาไว้เป็นแนวทางมันสามารถช่วยน้องแก้ปัญหาได้ในระดับหนึง

ปีหน้าพี่จะรอรับน้องนะ(แต่ปีนี้โดนรับน้องไปก่อนแล้วกัน ฮาๆ)

ปกติเป็นคนไม่ขอดาวแดง

แต่ครั้งนี้ใครอ่านอยากให้ช่วยกันแปะดาวแดงด้วย

อยากให้ขึ้นhotpost

อยากให้น้องๆมาอ่านทุกคนจริงๆค่ะ

ขอบคุณที่ทนอ่าน

เอนทรี่นี้เหมือนเป็นเอนทรี่ยาวที่สุดที่เราเขียนมา

วันนี้จะได้นอนหลับสบายๆซักที

 

edit 18/05/52

 

ขอบคุณสำหรับดาวนะคะ

อยากตบปากตัวเองขอโทษ เราอุตส้่พิมพ์ซะดิบดี

ตอนนี้ ไม่ได้เรียนที่ราชภัฏเชียงใหม่แล้วค่ะ

เราไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เขาบอกให้เราเลือก

แต่เขากลับจัดการทุกอย่าง ทั้งหอ ทั้งซื้อของบลาๆ 

แล้วมาโยนให้เราดูตูมเดียว

เราไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรก

เมื่อวานอยากร้องไห้แต่น้ำตามันไม่ไหลแล้ว

คุยกะพี่ๆหลายๆคนเขาก็โวยวาย หาทางออกให้ บอกให้หนีออกจากบ้านเลยก็มี (ฮาๆ)

อิสระของพี่ไม่มีแล้วล่ะ คงได้แต่ก้มหน้าทำใจ ปลงแล้วกะนิสัยเอาแต่ใจของท่านเขา

รู้ว่าเขาหวังดี แต่ทำแบบนี้รับไม่ได้จริงๆ

ซิ่วดีไหมนะ(หัวเราะ)

ขอบคุณแล้วก็ขอโทษเพื่อนๆทุกคนนะ

วันนี้จะเลิกเฟลแล้วลุยไปกับเส้นทางที่เขาขีดไว้ให้

น้องๆที่มีโอกาสมากกว่าพี่ก็สู้ๆแล้วกันจ้า พี่เป็นกำลังใจ

ไฟท์ติ้งนะ ^^o/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! เป็นมรสุมที่หนักมากเลยฮะ ผมเอนท์ปีนี้ T T พ่อแม่เปิดกว้าง แต่ความสามารถลูกไม่มี -_-;....

มันผ่านไปแล้วสินะฮะ ขอให้วายะซังโชคดีกับหนทางที่เลือกนะคับ ประสบความสำเร็จมากๆ :)

#1 By takara™ on 2009-05-17 20:05

[hot!] [hot!]

ทำไมใช่IEแล้วมันโหลดไม่ขึ้นก็ไม่รู้

ยังไงก็สู้ๆนะคะ

เอนทรี่นี้ช่วยให้เรารู้ว่าเรายังมีโอกาศดีๆกว่าใครหลายๆคน ขอบคุณมากๆ

ได้รู้ว่าคนบางกลุ่มก็มีเรื่องปวดหัวมากกว่าเราซะอีก


ปล.ขอแอดนะคะbig smile

#2 By baba-san (125.25.127.228) on 2009-05-17 20:07

Hot! รู้สึกผิดที่ว่าไม่รู้อะไรเลยทั้งที่รู้จักกับพี่วามาก็นาน... เอนทรี่นั้นเราก็ว่าอิจฉานะวิวสวย (หัวเราะ) ไม่ได้รู้จิตใจพี่เลย OTL ขอโทษค่ะ

ขอให้นอนหลับสบายแล้วตื่นขึ้นมาพบฟ้าวันที่สดใสนะคะ ^ ^; (แต่ตอนนี้บ้านเราตกฝนตกทั้งวันเลยอ๊ะ..)

#3 By sarail on 2009-05-17 20:07

โห...พ่อแม่ พี่หว้าโหดจัง มันคือประสบการณ์ที่ไม่อยากเจออย่างยิ่ง
Hot!

แต่ยังไงก็แล้วแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีสินะ

#4 By ~Exfreedom~ on 2009-05-17 20:16

Hot! สู้ๆ นะคะพี่หว้า
หนูไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน

แต่จะนำสิ่งที่พี่หว้าบอกในเอนทรี่นี้
ไปใช้ในชีวิตตัวเองให้ดีที่สุดนะคะ

ขอให้พี่หว้าโชคดีค่ะ =v=/

#5 By アプリコット_Lollip on 2009-05-17 20:18

Hot!
เธอเลือกทางที่เธอจะเดินแล้ว ทำให้มันดีแล้วกัน
ชั้นกับเธอเป็นอะไรกันรึเปล่าวะ ร้องไห้มาสองสามวันเนี่ย เครียด..
หลับสบายสิ เพราะฝนตก กร้ากกกกก

Hot!

#7 By R!PPER on 2009-05-17 22:39

ได้รู้เรื่องมาก่อนหน้าแล้ว และเคยให้กำลังใจไปแล้ว

แต่ยังไงก็ขอให้พี่หว้าสู้ๆต่อไปนะครับ ขอให้ทำอะไรก็สมหวังอย่างที่ต้องการ ถ้าพี่เรียนจบเมื่อไหร่ผมจะไปหาพี่ที่เชียงใหม่ให้ได้ครับ

Hot!

#8 By Xehanort on 2009-05-18 06:52

ฟังจากที่น้องเขียนแล้วให้ Hot! Hot! เลยค่ะ
ของพี่ตอนนั้นยังไม่ใช่คะแนนแอดมิดชั่น รู้สึกจะเป็นรุ่นสองสามปีก่อนแอดฯนี่แหล่ะ ก็เอนท์พวก GPA, PR 5% กันตามปกติ (โอย..บอกแก่ตัวเอง)

ประสบการณ์พี่อาจจะไม่คล้ายของน้อง แต่พี่ก็เห็นด้วยว่า เลือกอย่างที่ใจอยากเรียน เพราะตอนพี่ขึ้นม.ปลาย คุณแม่พี่ก็หวังให้พี่เรียนหมอเหมือนกัน แต่ใจพี่มันไม่ให้เลย จนมาม.ห้าเทอมสองถึงคุยกับเขาตรงๆว่าพี่อาจจะเรียนได้ แต่พี่บอกตรงๆว่าพี่ไม่มีความสุขนะ แล้วถ้าพี่ตก คนเสียใจคือแม่ ไม่ใช่ตัวพี่ เค้าก็โอเค...รับฟัง

สุดท้ายพี่ก็เลือกเรียนอย่างที่ใจพี่อยากเรียนจริงๆ (พี่เอนติด มธ.ก็จริง..แต่เลือกมาเรียนต่อคณะที่ชอบที่อเมกาแทนค่ะ ซิกๆ)


อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองยังโชคดี โอกาสดีกว่าใครหลายๆคน
พ่อแม่เกือบจะเปิดกว้าง เรียนอะไรก็ได้ ตราบใดที่ยังเป็นม.รัฐ แอบบังคับนิดนึงว่าให้เรียนคณะสายวิทย์ ได้แพทย์เลยยิ่งดี (พูดสบายๆ แต่หมายความว่าต้องเข้าให้ได้ T^T)
ไม่คิดว่าตัวเองจะเทพขนาดเข้าได้หรอก ปกติในห้องเรียนจะโหล่ห้องคิง 55

อ่านแล้วเหมือนมีกำลังใจ ...
หวังว่าพี่จขบ.จะมีความสุขกับการเรียนนะคะ
big smile

#11 By HeDw!g on 2009-05-18 12:49

ชินแล้ว แม่กับพ่อเลี้ยงชอบด่าประมาณว่า
กูน่าจะให้มึงตายตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว ถ้ารู้ว่าโตมาแล้วมึงจะควายขนาดนี้
รุไหมเนี่ย คนพูดน่ะพูดง่ายๆนะ แค่ลมปาก แต่คนฟังน่ะมันเจ็บมากเลยนะ
จริงๆมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นนะเนี่ยbig smile
เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งbig smile
คะแนนแกทก็แย่เหมือนกัน...
พ่อของนาวค่อนข้างตามใจเรื่องมหาลัย แต่ก็ไม่อยากให้ไปตจว.เพราะคิดว่าลูกช่วยตัวเองไม่ได้ sad smile

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ Hot!
มีความสุขกับการเรียนนะคะ

#14 By •Le' LapiN—• on 2009-05-18 16:51


ไม่รู้จะเม้นยังไงดี... ยังไงก็ขอให้ผ่านไปได้โดยเร็วนะคะ
เป็นกำลังใจให้นะ
Hot! Hot!
มาให้กำลังใจค่ะพี่

เคยมีคนบอกว่าชีวิตเราไม่ได้จบอยู่ที่เอนท์หรือเลือกคณะเลือกมหาลัย

ทางทุกทางย่อมนำอนาคตที่ดีมาให้เรานะ ^^

ถ้ามันสุดๆจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ พี่ก็มองไปข้างหน้านะคะ

บอกกับตัวเองว่าข้างหน้ายังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่รอเราอยู่

สู้ๆค่ะ หนูรู้ว่าพี่ต้องทำได้ ^^ พี่เข่มแข็งมากค่ะ Hot!

#16 By .+*[$nowdroP]*+. on 2009-05-18 17:11

อ่า...
คงรู้สึกกดดันและเสียใจมากเลยนะคะ
แต่เราคิดว่าพี่ไม่ได้ผิดอะไรค่ะ พี่แค่อยากเลือกตามทางเดินที่พี่อยากจะเดิน
การที่พี่ได้พูดออกไปถือว่าพี่ทำถูกที่สุดแล้วค่ะ เพราะว่ามันจะยิ่งแย่กว่า ถ้าหากพี่ต้องทำตามที่พ่อแม่บอก โดยที่ไม่มีโอกาสได้พูดความต้องการที่แท้จริงเราออกไป

เอนทรี่นี้ดีมากเลยค่ะ มอบความเห็นในอีกแง่ให้กับน้อง ๆ ที่สอบปีนี้

ตัวเราเองไม่หวังพึ่งแอดมิดชั่น ไม่อยากเสี่ยงกับการให้คะแนนผิดๆถูกๆ
ก็เลยมาสอบตรงเข้าที่ตัวเองอยากเข้าโดยที่ไม่ได้ไปสอบที่ไหนอีก
ที่อยากจะพูดคือ ถึงพี่จะไม่ได้เข้าในหาลัยยที่พี่อยากเข้า
แต่ในอนาคตเราเชื่อว่า พี่จะมีอนาคตที่สดใสเป็นของตัวเองค่ะ

สู้ ๆ นะคะ ชอบเอนทรี่นี้มากค่ะ Hot!

#17 By ★|[NacH]|★ on 2009-05-18 17:16

Hot! Hot! Hot!
เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวด แต่ก็สอนได้เป็นอย่างดี big smile

#18 By Z o r a ` on 2009-05-18 17:51

"เรามีทางเลือกเสมอ" เป็นคติอันดับต้นๆ ในใจเรา

แม้ตอนนี้อาจมองไม่เห็นทางเลือก
แต่อยากให้อดทน...
ยอมรับ...
มีความสุข...

เรายังมีเวลาอีกเยอะในชีวิตที่จะได้ทำสิ่งที่ต้องการ big smile
Hot! Hot!

#19 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-05-18 18:16

เป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าเจอแบบเดียวกับพี่คงแย่เหมือนกัน สู้ๆค่ะbig smile

#20 By Prae on 2009-05-18 19:47

สู้ต่อไปนะคะ เพื่อนผู้รน่วมชะตากรรม
แต่ของข้าน้อยดีตรงที่หลังจากรบราฆ่าฟันกับเสด็จแม่มา 3 ปีเต็ม
(มารบกันหนักปีหลัง ตัดแม่ตัดลูก หนีออกจากบ้าน กราบเท้า บลาบลาบลา เอาปีสุดท้าย)

แล้วสุดท้ายข้าน้อยก็ได้เรียนในสิ่งที่เลือก

แต่สำหรับคุณจขบ. สู้นะคะ จงสู้ ถ้าจะดื้อ จงทำให้ถึงที่สุด
ชีวิตคุณขอให้คุณเลือกเอง เป็นกำลังใจให้อย่างสุดชีวิตค่ะ

สู้นะคะHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
^ ขอพรจากเทพเจ้ามังกรซะ หุหุหุ สู้นะ ^ ^
เป็นกำลังใจให้ครับ คุณเข้มแข็งมากเลยนะครับ นับถือจากใจจริง

ถึงตอนนี้คุณจะไม่สามารถเลือกในสิ่งที่ต้องการได้ แต่คุณเลือกที่จะตอบสนองได้นะครับ ว่าจะหดหู่กับมันไปตลอดหรือยืดอกสู้มันเข้าไว้

แต่ในความคิดของผมนะครับ ผมว่าเคสนี้จะเป็นอุทาหรณืให้กับรุ่นน้องได้เป็นอย่างดีว่า เมื่อเขาไม่ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ทางเลือกในมหาลัยของเขาย่อมเหลือน้อยครับ ขอโทษด้วยนะครับ

#22 By REW (125.25.88.84) on 2009-05-18 20:37

เปิดเทอมได้วันนึง ก็อยากย้ายสายแล้ว ทำไงดี!!

#23 By Magaret Literary on 2009-05-18 20:39

Hot!

ทำสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ในมือให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ที่เหลือจะเป็นยังไงก็สนใจแค่พอประมาณก็พอ

ทำเท่าที่จะทำได้อ่ะ เพระาบางสถานการณ์ มันก็มีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ จริงมั้ยล่ะ

#24 By ZynE` on 2009-05-18 21:57

อยากเรียนดนตรี แต่มีปัญหาที่พ่อแม่เหมือนกัน

แอบเซ็ง sad smile เงินส่งตัวเองเข้ามหาลัยก็ดันจะเอาไปใช้ที่เมืองนอกซะหมด..อ้ากกกกกกกกกก

แม่พี่ว่าแรงจัง..ถ้าเป็นเราสงสัยเอาคัตเตอร์จิ้มพุงซะตั้งแต่จบประโยคแหง ๆ

#25 By ♫ due gatti on 2009-05-18 21:59

ถ้าปีนี้ไม่ได้เรียน ปีหน้าก็ย้ายเมเจอร์เลยสิคะ หึหึหึ

เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ!!!

ท้อได้แต่ไม่ถอย และไม่หมดหวัง Hot! Hot! Hot!

vg_JAN

#26 By vg_jan on 2009-05-18 22:13

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

พี่ เอาดาวไปกินเลยค่ะ
แบบ ตอนนี้นรกกะชีวิตมาก เก็บเรื่องมหาลัยไปฝัน จะบ้า

ถามตัวเองว่าทำไม่เครียดขนาดนี้ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มต้น
พูดไงดีล่ะ น้องเป็นรุ่นเปลี่ยนระบบรุ่นแรกอะค่ะ ทุกอย่างมันเลยย่ำแย่
ตอนนี้เห็นคะแนนตัวแรกแล้วหนักใจ แม่ว่ามันไม่ได้น่าเกลียดเท่าไหร่
แต่ยังน้อยในความรู้สึกอยู่ดี

อ่าา พี่คะ เรียนจีนไม่ยากนะ ตอนนี้น้องก็อยู่สินจีน
แรกๆก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมาสายนี้ หัวไปวิทย์หมดเลย
พอเค้าให้เลือก ลงจีนซะแบบนั้น??
สู้ๆค่ะพี่ มีปัญหาจีนๆยินดีช่วย ฮ่าๆๆๆ

ปล.ตอนนี้ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน(?)

#27 By Mayoiitingweii on 2009-05-19 00:08

Hot! Hot! Hot!


อ่านจบแล้ว ได้แรงบันดาลใตมากครับ
คุณ จขบ ก็สู้ต่อไปนะฮะ

#28 By Zairen_Bibliophobia on 2009-05-19 00:11

รุ่นเดียวกันสิเนี่ย
เป็นกำลังใจให้เธอนะ
พ่อแม่แสบจริงๆsad smile (ขออภัยที่พูดเช่นนี้)

จะซิ่วหรือเรียนต่อที่มฟล. ก็ขอให้สู้ๆล่ะกันbig smile
ตราบใดที่ยังมีหนทาง
Hot! Hot!

#29 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-05-19 00:54

โห ไรเนี่ย โคตรเจ้ากี้เจ้าการเลย

ตอนนั้นเรายังดีกว่ากันมาก
คือ ขอลองเรียนดูหน่อยเหอะ เรียนไม่ไหว ปีนึงค่อยซิ่วก็ได้
(จะเรียนสัตวแพทย์ มหานคร แต่แม่อยากให้เรียนนิติฯราม)

ปรากฎว่าเรียนได้จนจบหกปี
แต่รู้ไหม แม่เค้าก็ยังใจเดิม คืออยากให้ไปเรียนใหม่ เลือกคณะอื่น
ไงไงก็ไม่อยากให้ทำงานด้านนี้

แต่บ้าน จขบ. นี่แรงมากมาย.........อะนะ
เอาเถอะเรียนๆไป เกาหลีค่อยเรียนเพิ่มอีกทีก็ได้เนาะbig smile

#30 By PoY on 2009-05-19 12:11

sad smile มาจนขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องเรียนไปดูหละ ไม่ไหวจริงๆก็ค่อย สอบใหม่

อนาคตตัวเอง รอบหน้าก็อย่าให้พลาดนะ เรื่องกันที่อะไรเนี่ย ไม่ต้องไปสนหรอก คนไม่ครบเค้าก็รับเพิ่ม เป้นข้ออ้างชัดๆ

ปล. แต่ว่าสงัคมไทย ยังไงเรื่องจบที่ใหนเนี่ย เค้าก็ยังดูๆอยู่นะ
ปล2. ปีหน้าสอบ มช. ไปเรย ขยันๆ

#31 By หมูทอดซามะ on 2009-05-19 14:22

เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ต่อไปค่ะbig smile
ปีหน้า หนูก็อาจจะต้องเอ็นฯ เข้ามหาลัยแล้ว
ที่บ้านหนูก็ไม่ค่อยบังคับอะไรมาก ไม่ว่า (ปล่อยโลด) แต่อย่าให้นอนดึก
อยากให้เก็บกวาดห้อง (โดนว่าเรื่องนี้บ่อยๆ ฮ่าๆๆ)

แต่เจ็บใจ ที่โดนเพื่อนหาว่า
"ไม่เรียนพิเศษแล้วจะสอบเข้ามหาลัยที่ชอบได้มั้ย หน้ายังงี้อ่ะนะ"
....ฉันเห็นคนที่ไม่ได้เรียนพิเศษสอบได้เยอะแยะไป
.........อยากเอามีดเฉาะมัน แล้วหนูก็ประชดอยู๋คนเดียวในใจ (ขี้ประชดค่ะ)

ปาดาว ปาดาว ปาดาว

Hot! Hot! Hot!

#32 By ◆GADE◆ on 2009-05-19 19:19

อ่ะโห อ่านแล้วรู้สึดถึงความกดดันเลยอ่ะค่ะ

เป็นกำลังใจให้พี่ จขบ. นะคะ ยังไงมรสุมก็จะผ่านพ้นไปโดยดีเนอะ

เราก็กำลังจะสอบโควต้า มช. ปีนี้ ก็หวังว่าจะเข้า มช.เหมือนกัน T^T

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#33 By SAMMON on 2009-05-19 20:00

ผมพูดอะไรไม่ได้มากนะ แต่ผมว่าสังคมไทยยังยึดติดเรื่อง"สถาบัน"มากเกินไป

ผมคิดว่า เรียนที่ไหนก็ได้ ที่เราชอบ ได้ความรู้ และจบออกมาเป็นคนดีก็พอครับ

เป็นกำลังใจให้ครับ Hot!

#34 By Aqua Rising on 2009-05-19 20:15

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สู้ต่อไปคะ
ความจริงเขาไม่น่าจะให้พี่เลือกตั้งแต่แรกแล้วนะคะนั่น -*-
ส่วนทางบ้านเราเต็มที่ตามแต่ต้องการ
จบมาไม่กินแกลบพอ open-mounthed smile

เดี๋ยวจะขอเอาเรื่องของพี่ไปแบ่งปันเพื่อนๆพี่ๆที่รู้จักนะคะ
เป็นเรื่องที่เหมาะกับช่วงนี้จริงๆคะHot!

#35 By bentie~ on 2009-05-19 20:49

ครอบครัวแต่ละครอบครัว ก็แตกต่างกันไป ...
อย่าท้อนะคะ แต่โคตรเกลียดคำว่า "ค่านิยม" เข้าไส้เลยวะ

(ทำไมวะ ?) อะไรประมาณนี้...

ชีวิตเรา เราเรียน เราเลือก
มีปัญหาอย่างนี้เหมือนกัน
แต่แบบ... พ่อกับแม่ ยังขีดกรอบไว้ค่อนข้างกว้าง

ชีวิตมีครั้งเดียว หนเดียวนะ จะเลือกก็ให้เต็มที่
แล้วอย่าเสียใจทีหลัง

แต่ถ้า เลือกไม่ได้ ต้องอยู่กับมันแล้ว ก็ทำมันให้ดีที่สุดนะ big smile

อย่าท้อน้า เราเนี่ยเป็นเหมือนกัน (จบแล้วนะ) เกลียดไอ้นี่ ก็เรียนมัน เกลียดไอ้นุ้นก็เรียนมัน เกลียดไอ้นั้นก็เรียนมัน

เกลียดอิ๊งเรียนอินเตอร์
เกลียดเลขจบสายวิทย์ ต่อคณะวิทย์
เกลียดที่นี้ก็อยู่เรียนมันที่นี้
เกลียดแม่งแต่ละอย่าง ได้เรียนทุกอย่างเลยจ้ะ ...

ทำไงได้ ก็ยึดคำอาจารย์ที่สั่งสอนมาไว้นะ
"ไม่มีในสิ่งที่รัก ก็จงรักในสิ่งที่มี และทำมันให้ดีที่สุดนะ"

ชีวิตมีชีวิตเดียวเนอะ โลกมันไม่ได้สวยงาม มีทางเลือกให้เรา แต่ก็ไม่ให้เราเลือก แบบนี้แหละ แต่ในเมื่อ เดินตามทางนั้นมาแล้ว ก็มุ่งหน้าต่อไป ให้ถึงที่สุดนะ confused smile

แชร์กันสักนิด
เหตุผลที่ครอบครัวเราเปิดกว้าง เพราะ(พี่สาว)แม่เคยผิดพลาดมาก่อน
คนในครอบครัว ผิดหวังไป 2 แล้ว
1. คนโตคุณป้า เรียนเก่งโคตร แต่ตาอยากให้รับราชการ สุดท้ายเป็นไง เงินเดือนต๋อกต้อย
2. คุณป้า ตาอยากให้เป็นแพทย์ สุดท้ายเป็นไง เีรียนคณะแพทย์ปลายแถว เงินเดือนต๋อกต้อย
3. คุณลุงเรียนมหาลัยเปิด 7 ปีถึงจบ เป็นไง รองผู้บริหารรีสอตเกาะช้าง
4. สุดท้าย แม่เราเอง เรียนรามฯ ธรรมดาๆเนี่ยแหละ ไม่ได้เก่งเลิศอะไร สุดท้าย มีเงินส่งเราเรียนอินเตอร์ในม.รัฐ

เจอมาเยอะแล้ว ที่เลือกเพราะ 'พ่อ' ไม่ให้เลือกเพราะ 'พอใจ'
เลือกเพราะสถาบัน ไม่ใช่ใจรัก
เรียนได้ก็ดีไป เรียนไม่ได้นี่ 'น-ร-ก' เลยนะจ้ะ

ไงล่ะ สถาบัน อนาคต ดีนักดีหนา...เหอะ เห็นมาหลายรายแล้ว

ยังไงก็สู้ๆน้า มีอะไรก็ไรท์ไว้ในบลอคเนอะมาแชร์กัน ~
เราพลาดแล้ว ก็อย่าให้รุ่นลูก รุ่นหลานพลาดแบบเรานะ

นี้แหละคือความน่ากลัวของ "ค่านิยม" สังคมที่ตัดสินเปลือกของคน มากกว่าเนื้อใน

#36 By (124.122.229.105) on 2009-05-19 22:41


อย่าคิดมากนะ

จริง ๆ พี่ก็เลือกพลาดเหมือนกัน
ก็ยังอุตส่าห์จบมาได้
มี F 2 ตัว เกรดต่ำ กิจกรรมไม่ทำ ผลงานไม่มี
สอบข้อเขียนไม่ผ่าน ไปสมัครงานไม่ได้
ตอนนี้เนียนทำงานด้วยวุฒิ ม.6

แต่ยังไงก็หนับหนุนให้เรียนอย่างที่ตัวเองชอบนะ
เพราะว่าถ้าเรียนที่เราไม่ชอบ
มันเหนื่อย มันทรมาน
ก่อนจบชีวิตการเรียนออกไปทำงาน
อยากให้เลือกเส้นทางที่เราจะมีความสุขที่สุด

ถ้าอยากเข้า ม. ราชภัฏ จริง
ก็ไปหางานทำ ขอทุน อาจต้องออกจากบ้าน
(เพื่อนเคยหนีเรียนป.ตรีขึ้นดอยไปเป็นครูบนเขา (ปัจจุบันเป็นแล้ว) เขาทำงี้
เพราะทะเลาะกับที่บ้าน (ญาติ)
แล้วโดนครูใหญ่ไล่ลงมา
เขาช่วยหางานให้ หาที่อยู่ให้ เลยต้องเรียน)

ถ้าเราอยากเรียนภาษาเกาหลีจริง
เก็บเงินแล้วค่อยไปเทคคอร์ส หาทางฝึกเอาก็ได้
หรือไปลงเรียนที่รามเอาก็ได้

แล้วเรียนภาษาจีน อย่าว่าเรียนไม่ได้หรือทำไม่ได้
ได้ลองดูแล้วอาจจะสนุกก็ได้นะ

Hot! Hot! Hot!

#37 By ไทดี้ on 2009-05-20 07:44

แก่แล้วแอบเนียนครับ
น้องทุกคนตั้งใจเรียนนะ
อย่าปล่อยให้โอกาสกลายเป็นใบไม้ร่วงปลิวผ่านไป

ทั้งชีวิตเป็นของน้องๆนะครับconfused smile Hot!

#38 By เซี่ยหมิง on 2009-05-20 09:39

อ่านแล้วมันกระตุกในใจงับ ช่วงแรกๆตอนประมาณ ม.5 พ่อกับแม่ยังไม่เปิดเท่าไหร่

ประมาณยังตั้งความหวังอยู่สูงมาก พอประมาณ ม.6 ปีนี้

ซึ่งเราก็พูดตลอดว่าเนี่ย จะเข้าคณะนี้ๆ คณะนี้เราชอบ

คือเราเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาสั่งถ้าไม่อยากทำอยู่แล้ว ตอนแรกแม่ก็ด่า ประมาณว่า เรียนแล้วจะไปทำไรได้

ไอ้เราก็คิด อ๊าว!!! นี่มันตรูเรียนนะเว้ยเฮ้ย ไม่ใช่ท่านเรียน

ไอ้จะทำไรได้ไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับตัวเรา ไม่ใช่ท่าน

อนาคตเรา!!!!!! ใช่ คุณให้กำเนิด แต่คุณผ่านจุดนี้มาแล้ว

ดังนั้น ช่วงชีวิต ตอนหนึ่งๆ มันเป็นของเรา!!!

อ่านแล้วคิดเลยฮะ... มันจริงทุกประการ

แต่ก็นะ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกลียดพ่อแม่ก็ไม่ได้

สายใย ของ ครอบครัว มันแ่น่นนะ ตัดเท่าไหร่ก็ไม่ขาด

มันก็ใช่อีกแหละ ที่บอกว่า.... เค้าทำเพื่อเรา

แต่บางวิธีมันไม่ถูกต้องนะ


อ้ากกก ยาวไปมั้ยเนี่ย?

ขอบคุณสำหรับ บทความดีๆคับ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ปล. ขออีกนิด

โดนเพื่อนตบหน้า ยังเจ็บ ไม่เท่าโดนคนในครอบครัวทำเลย

นอกจาก จะไม่ทำให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังจะดิ่งต่ำทำจิตย่ำแย่อีกด้วย

ดีนะ ที่ครอบครัวเรามักคุยด้วยเหตุผล...
อาการคล้ายๆ ผมเลยล่ะครับ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเค้าเคยบอกผมว่า "อยากเรียนอะไรก็เรียนไปเถอะ" แท้ๆ...

แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็เป็นแบบนี้ไปซะ เค้าจัดการซะเรียบร้อยเลย

มันก็เท่ากับว่าผมไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าจะให้ความหวังผมทำไม ในเมื่อไม่คิดจะให้เรียน "คณะที่อยากเรียน" ตั้งแต่แรกอ่ะ

//จับมือๆอาการคล้ายๆ ผมเลยล่ะครับ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเค้าเคยบอกผมว่า "อยากเรียนอะไรก็เรียนไปเถอะ" แท้ๆ...

แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็เป็นแบบนี้ไปซะ เค้าจัดการซะเรียบร้อยเลย

มันก็เท่ากับว่าผมไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าจะให้ความหวังผมทำไม ในเมื่อไม่คิดจะให้เรียน "คณะที่อยากเรียน" ตั้งแต่แรกอ่ะ

//จับมือๆ จริงๆ ผมอยากไปอยู่ มฟล. นะ 555+ แต่ก็นะ ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ
(ผมก็เพิ่งแอดเข้าล่ะ เป็นเฟรชชี่เหมือนกันสิเนี่ยย) big smile

สู้ต่อไปนะครับ!! จะเป็นกำลังใจให้อีกแรง Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#41 By LightVampire on 2009-05-20 13:36

สวัสดีครับ ผมคล้ายๆกันกับคุณ chrnowaya มั้งครับ
เพียงแต่ผมไม่มีตัวเลือก เพราะผมโยนมันทิ้งหมดแล้ว
ผมติด ทันตแพทย์ มหาลัยแห่งหนึ่งครับ
และผมเพิ่งรู้ตัวในห้องสัมภาษณ์ ว่า "เฮ้ย กูไม่ชอบทันตแพทย์เลยหวะ"
(ถ้าถามว่าผมลงทำไม ขอบอกว่า เพราะเงินล้วนๆครับ)
แม้จะมีที่อื่นเปิดรับหลังประกาศผลก็ตาม แต่มันก็ไม่โดนใจครับ
ผมเลยเลือก ที่จะซิ่ว "ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้"โดยไม่รอเรียนดูก่อน
ถามว่าทำไมไม่ลอง ...ผมเสียดายเงินพ่อแม่ครับ
ผมรู้ตัวว่าไม่ชอบแน่ๆ และถามผมออกหลังเรียนไปแม้แต่1วัน(ว่าง่ายๆ ทันที่ที่เซ็นสัญญา) ผมต้องจ่าย 66000(หรือถ้าเ้ค้าเปลี่ยนตัวเลข ก็เป็น200000) ใช่ครับ สำหรับบางคน มันไม่เยอะ แต่สำหรับผม... ซึ่งรู้ตัวว่าซิ่วแน่ๆ ...ผมไม่อยากให้พ่อแม่เสียเงินครับ(รวมค่ากินค่าอยู่ เป็นแสนแน่ๆ)

ฝากน้องๆไว้ด้วยนะครับ
อย่าเลือกเพราะเงิน ถ้าเราทนทำงานที่วาดหวังนั้นไม่ได้
อย่ากลัวพ่อแม่เสียใจ เสียใจตอนนี้ ดีกว่าให้เค้าต้องมาเห็นเราเสียใจ ตอนที่เราแก้อะไรไม่ได้แล้ว
อย่ากลัวที่จะจ่ายเวลาเพียงเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนอนาคตตลอดไป

เป็นกำลังใจให้คุณ chrnowaya นะครับ ^_^" ถ้าซิ่วยังไง ก็คงไปสอบGAT PAT สินะครับ

#42 By DREAMER (58.8.22.2) on 2009-05-20 20:13

อ๋า...
มันเป็นเช่นนี้นี่เองsad smile

สู้ๆนะท่านวายะ
อะไรจะมากมายขนาดนี้

มฟล. อืม.....
ไม่รู้สิ บังคับกันแบบนี้ ถ้าเป็นพี่นะ..
คงต่อยพื้นจนแขนหักทั้งสองเลยละมั้งopen-mounthed smile

*อารมณ์รุนแรง!*


สู้ๆนะคัฟ Hot!

#43 By " Barking Dogs. " on 2009-05-22 10:57

...เพิ่งเห็น
ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ค่ะพี่วายะ
ทางนี้มีปัญหาอยู่ อยากไปสอบนิเทศศิลปากร พ่อส่งให้ไปติวได้ แต่จะไม่ให้สอบ บอกว่าเรียนของแบบนี้แล้วจะหาอะไรทำกินเป็นหลักแหล่งได้ (อินทีเรียลองเรียนแล้วก็เมาสเกล ตีปคงผิดบาน)
บอกอยากให้เรียนพวกใช้วิทย์ แล้วผลการเรียน+ผลสอบแกะแพะที่ไม่เกี่ยวข้องแบบนี้จะไปแย่งเขาเข้าที่ไหนได้
มีแววว่าจะได้บ้านแตกเหมือนพี่แล้วสิ..
...
ตกลงว่าสุดท้ายแล้วพี่ก็เข้าแม่ฟ้าหลวง แต่จริง ๆ แล้วภาษาจีนมันน่าจะมีโอกาสได้ใช้มากกว่านะ(คิดซะว่าเหมือนเป็นผลพลอยได้?) ส่วนเกาหลีอ่ะหาทางเรียนเพิ่มเติมไปเลย ดีกว่ามานั่งนอยกับตัวหลักที่เรียน sad smile
เริ่มชีวิตเฟรชชี่เมื่อไหร่ขอให้สู้ ๆ นะ
(ก้าวก่ายไปมากเปล่านี่... ขอโทษก่ะ sad smile) Hot! Hot! Hot! Hot!

#44 By kurakurakura on 2009-05-22 23:14